Business Intelligence Today in Thailand

September 08, 2020

              Business Intelligence หรือที่เรียกกันว่า BI โดยมีความหมายว่า “ Technologies, applications, architectures and practices for the collection, integration, analysis, and presentation of business information or business needs” โดยสามารถอธิบายได้สั้นๆ คือ กระบวนการหรือวิธีการต่าง ๆ ที่จัดทำขึ้นเพื่อรองรับหรือตอบโจทย์ความต้องการทางด้าน Business ของหน่วยงานหรือองค์กรต่าง ๆ  ซึ่งถ้าจะนับอายุของ BI โดยอ้างอิงตามผู้ที่ให้นิยามคำนี้ให้เป็นที่รู้จักคือ Richard Millar Devens ตั้งแต่ในปี  1865  ที่ชื่อว่า Cyclopaedia of Commercial and Business Anecdotes เพื่อใช้ในการอธิบายถึง วิธีการต่าง ๆที่ Sir Henry Furnese ใช้ในการทำกำไรให้กับธุรกิจธนาคาร และได้มีการพัฒนาให้ Business Intelligence เป็นสิ่งที่สามารถเข้าใจและจับต้องได้มาเรื่อย ๆ โดย จุดเปลี่ยนที่ทำให้ Business Intelligence เริ่มเป็นรูปเป็นร่าง คือการเกิดขึ้นของ Decision Support System ซึ่งเป็นการเปลี่ยนรูปแบบในการออกแบบ Database Management โดยให้เน้นในเรื่องของการตอบโจทย์ทางธุรกิจ เพื่อนำข้อมูลไปใช้งานได้ มากกว่าเป็นเพียงแค่การเก็บข้อมูลเพียงอย่างเดียว จากนั้นก็มีในเรื่องของ Online Analytic Process OLAP ซึ่งถือว่าเป็น system แบบหนึ่งที่ถูกออกแบบมาให้ เรียกดูข้อมูลที่เป็น Analytic Data ได้รวดเร็วมากยิ่งขึ้น

Picture: Traditional Business Intelligence Architecture

              สำหรับในบ้านเราเริ่มรู้จัก Business Intelligence เป็นที่แพร่หลาย พร้อมกับ Data Warehouse ซึ่งเริ่มเป็นที่รู้จักในปี 1980 โดย Business Intelligence จะถูกใช้เป็นเครื่องมือในการแสดงข้อมูลที่จัดเก็บอยู่ใน Data Warehouse ซึ่งก็จะมาเป็นแบบเครื่องมือสำเร็จรูป โดยเน้นไปที่ Business Intelligence Report หรือ BI Report ที่มีรูปร่างหน้าตาสีสวยสดใส ที่ประกอบไปด้วย object ที่เป็นในรูปแบบกราฟต่าง ๆ เช่น Bar chart, Pie chart, Line chart หรือในรูปแบบของ KPI dashboard ที่แสดงข้อมูลในลักษณะสีเขียว เหลือง แดง หรือการแสดงข้อมูลผ่าน Map หรือข้อมูลบนแผนที่ ที่หลากหลาย โดยการพัฒนาระบบ Business Intelligence ก็จะเป็นในลักษณะของการพัฒนาควบคู่ไปกับ การพัฒนาระบบ Data Warehouse โดยเมื่อทำการดึงข้อมูลจาก Data Source ในแต่ละหน่วยงานหรือองค์กรมาไว้ที่ Data Warehouse เรียบร้อยแล้ว ก็จะใช้เครื่องมือ BI Report ในการพัฒนารายงานตามที่ได้มีการออกแบบไว้ โดยส่วนใหญ่จะเป็นการพัฒนาระบบโดยเป็นการจ้างที่ปรึกษา หรือบริษัทที่มีความชำนาญเข้ามาออกแบบและพัฒนาระบบให้ มากกว่าที่จะพัฒนาขึ้นเองในองค์กร ซึ่งอาจเป็นเพราะขาดความชำนาญหรือบุคลากรที่มีองค์ความรู้ทางด้านนี้ ทำให้ในบางหน่วยงานหรือองค์กรที่มีการพัฒนาระบบขึ้นเรียบร้อยแล้ว กลับพบว่าไม่คุ้มค่ากับการลงทุนที่เสียไปหรือไม่สามารถดูแลจัดการกับระบบ Data warehouse และ Business Intelligence ที่มีอยู่ได้ เนื่องจากเป็นระบบที่มีขนาดใหญ่เนื่องจากเป็นการดึงข้อมูลจาก Data Source จากแทบทุกระบบ system ที่มีอยู่ในองค์กร ทำให้อาจต้องมีการลงทุนเพิ่มในการจ้างที่ปรึกษาหรือผู้ดูแลระบบให้สามารถใช้งาน Data warehouse ได้อย่างถูกต้องและมีประสิทธิภาพ

 

              ปัจจุบันจะเห็นได้ว่าเทคโนโลยี Data warehouse นั้นได้ถูกสิ่งที่เรียกว่า Big Data เข้ามาแทนที่ เพื่อตอบโจทย์ในหลายๆเรื่องที่เป็นข้อจำกัดสำหรับเทคโนโลยี Data warehouse ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของระยะเวลาในการพัฒนาที่ใช้เวลานาน ข้อจำกัดในเรื่องการจัดเก็บข้อมูลที่ต้องอยู่ในรูปแบบ Relational Database รวมทั้งการเรียกข้อมูลในลักษณะของ Realtime ก็ทำได้ยาก ทำให้ไม่เป็นที่นิยมแล้วในปัจจุบัน แต่ตรงข้ามกับ Business Intelligence ที่เป็นที่นิยมมากขึ้นในปัจจุบัน โดยนอกจากที่สามารถใช้งานร่วมกันกับ เทคโนโลยี Big Data ได้เป็นอย่างดีแล้ว บริษัทผู้พัฒนาเครื่องมือสำเร็จรูป BI ยังมุ่งเน้นให้ ผู้ใช้งานเปลี่ยนจาก ผู้เชี่ยวชาญที่มีความรู้ด้าน IT ไปเป็น Business User ที่มีความต้องการการใช้งานข้อมูลโดยตรง โดยออกแบบเครื่องมือให้ใช้งานง่าย (User friendly) เน้นการใช้งานในลักษณะ Graphic User Interface(GUI) มากกว่าที่เป็นการเขียนโปรแกรม (Coding) ทำให้เพียงแค่เจ้าหน้าที่ IT ทำการเชื่อมโยงข้อมูลทีมีอยู่ในองค์กร และเตรียมข้อมูลต่าง ๆที่เกี่ยวข้องให้เท่านั้น Business User ก็จะสามารถเข้าถึงข้อมูลส่วนนี้และทำการสร้าง data model, BI Report ได้เองตามที่ต้องการ ซึ่งทำให้ลดระยะเวลาในการพัฒนาระบบได้อย่างมีนัยยะสำคัญ ซึ่ง Business Intelligence ในลักษณะเครื่องมือสำเร็จรูปนั้น ในปัจจุบันมีหลากหลายมากในตลาดไม่ว่าจะเป็นบริษัทใหญ่ที่มีครบทุก IT Services เช่น Microsoft, Oracle, IBM หรือ SAP รวมทั้งบริษัทที่เน้นในส่วนของ Business Intelligence เพียงอย่างเดียว ซึ่งมีทั้งของแพง ของถูกหรือของฟรี ที่เป็นลักษณะ Open Source แต่สิ่งที่สำคัญของ Business Intelligence นั้นไม่ได้อยู่ที่ tool ที่ใช้ว่ามี feature หรือ function ต่าง ๆให้เลือกใช้มากน้อยเพียงใด หากแต่อยู่ที่ผู้ใช้งานมีความเข้าใจใน “Business” ขององค์กรตัวเองมากน้อยเพียงใด และสามารถนำความรู้ความเข้าใจนี้ มาพัฒนาเป็นระบบให้ “Intelligence” พอที่จะตอบโจทย์ความรู้ความต้องการจากข้อมูลที่มีอยู่ในและนอกองค์กรได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุดต่างหาก

Recent Posts